SATTAS 的个人资料SaTTaS照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
SaTTaSஐ. . .It's so wonderfull to know you. We have lots of love to show you. It's the magic word just say "SA WAS DEE". |
||||||||||||||||||||||
1月4日 Dusit Zooสวนสัตว์ดุสิต เขาดินวนา
ถ้าพูดถึงสถานที่สำคัญในวัยเด็ก สถานที่ที่เด็กทุกคนต้องการจะมาให้ได้ซักครั้งไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในปรเทศไทยก็คือ สวนสัตว์เขาดิน หรือ สวนสัตว์ดุสิต เขาดินเป็รสถานที่ที่มีมนต์เสนห์ของตัวมันเอง ถ้าใครได้มาแล้วก็จะสัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นได้ และถ้ามีโอกาศได้ย้อนกลับมาอีกครั้ง ก็จะยิ่งรู้สึกถึงความผูกผัน นึกย้อนกลับไปเมื่อในอดิตอันเยาว์วัย ว่าครั้งนึงเราเคยมาที่แห่งนี้แล้ว และคิดถึงวันเก่าๆ
![]() เขาดินผมก็มาหลายครั้งแล้ว แต่การมาครั้งนี้เตรียมตัวมาดีเพราะเคยมีประสพการณ์มาแล้วครั้งนึงคือช่วงปีใหม่ 2008 ผมไปแล้วคนเยอะมากๆ เอากล้องไปแล้วก็ถ่ายรูปมาเยอะแยะ แต่ปัญหาที่เจอคือ การถ่ายรูปในสวนสัตว์มันจะมีปัญหาที่กรง ทำให้การถ่ายรูปมีกรงมาบดบังแถบทุกรูป จะให้เข้าไปถ่ายในกรงเดิ๋ยวเสือก็คาบไปหม่ำซ่ะก่อน ก็เลยอยู่ข้างนอกปลอดภัยสุด มาครั้งนี้ผมก็แบกขาตั้งกล้องไปด้วย เพราะต้องใช้ถ้าต้อง zoom เข้าไปไกลๆ หรือไปถ่ายในห้องสัตว์หากินกลางคืน
![]() หลังจากปีใหม่ผมก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้แบกขาตั้งกล้องมาด้วย ผมไปเขาดินแต่เช้าเพื่อจะได้มีเวลาทั้งวัน ซึ่งวันนี้ดีกว่าปีใหม่มาก เพราะคนน้อยกว่าเยอะ แต่ของขายของกินก็น้อยลงไป การท่องเที่ยวเขาดิน ถ้าจะให้ได้ความเพลิดเพลินเต็มที่ก็ต้องเดินเท้ากันเป็นวงกลมไป แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลแน่นๆ ก็ ให้ใช้บริการรถพ่วงที่พาเที่ยวพร้อมผู้บรรยาย อันนี้ผมยังไม่เคยใช้บริการไว้คราวหน้าจะลองดู แต่ถ้าตั้งใจจะเดินเท้าเป็นวงกลมก็เตรียมตัวให้ดีหน่อย เพราะสถานที่ใหญ่พอสมควรใส่รองเท้าที่เดินสบายๆไป เพราะถ้าเดินเจาะกันจริงๆก็ทั้งวันน่ะครับ ประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง
เมื่อเข้าแถวซื้อตั๋วก็เข้าสู่เขาดิร เริ่มต้นก็เดินวนไปทางซ้าย ก็เจอพวกเพื่อนๆผมก่อนเลย ลิง ค่าง ชะนี อุรังอุตัง ทั้งหลาย ที่บอกว่าเพื่อนๆผม ไม่ใช่ ชะนีน่ะครับ แต่ เมื่อก่อนผมจะได้รับการกล่าวขัวญว่าซนเหมือนลิง ก็เลยนับว่าลิงเป็นเพื่อนๆผมไป บริเวณนี้จะมีแพนด้าแดงด้วยน่ะครับ บริเวณนี้ถูกปรับปรุงใหม่ ทำให้ภูมิทัศน์ดีขึ้นมาก กรงมีขนาดให้ขึ้น ถัดๆไปก็จะเจอกรงเสือ เสือที่เขาดินไปกี่ครั้งก็ดูหง่อยๆ ยังไงไม่รู้ไม่ค่อยคึกคังเหมือนกรงลิงเลย จากนั้นก็แวะดูการแสดงของสัตว์ แล้วก็เข้าสู่อาคารสัตว์เลื้อยคลาย
![]() ก็จะเดินไปกินไปเรื่อย ๆ แล้วแต่ว่าอยากจะแวะตรงไหน นั่งพักตรงไหน เนื่องจากเขาดินเปิดมานานมากแล้ว ก่อนผมเกิดอีก ดังนั้นที่นี่ต้นไหม้จึงใหญ่โตมาก ร่มรื่นไปทั่ว อากาศดีสดชื่นจัดว่าเป็นปวดอีกที่นึงในกรุงเทพเลย
![]() ถ้าใครไม่นึกไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนที่ได้บรรยาศร่มรื่นเย็นสบายแตกต่างจากห้างสรรพสอนค้า หรือว่าโรงหนัง ผมขอแนะนำ สวนสัตว์ดุสิตครับ ถ้าได้ไปกลับเพื่อนๆสมัยก็เป็นการรำลึกอดิตเก่าได้เยอะ เพราะผมเชื่อว่าที่เขาดินน่าจะมีความทรงจำดีให้ครั้งยังเด็กให้เรานึกถึงเสมอ
![]() เนื่องจากการเดินทางครั้งนี้เป้นแบบวันเดียว เรื่องราวก็เลยกระชับสั้นๆ ก็อยากให้แวะมาเยี่ยมเขาดินกันน่ะครับ
วัชรากร พัฒนรัตน์เจริญ (ใหญ่) 8月18日 หมู่เกาะสุรินทร์ พังงาแร่หมื่นล้าน บ้านกลางน้ำ ถ้ำงามตา ภูพาแปลก แมกไม้จำปูน บริบูรณ์ด้วยทรัพยากรเมืองพังงาผมเองก็ไม่ได้มานานแล้ว มาคราวนี้ก็มาแค่ต้นๆพังงา เพราะเป้าหมายคือ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอคุระบุรี จ.พังงา การเดินทางครั้งนี้เกิดขึ้นจากนายสมนึก (เอ๋) เป็นคนต้นคิดแล้วก็เสนอเพื่อนๆก็ไม่มีปัญหา ผมเองก็อยากไปเที่ยวอยู่แล้ว ซึ่งการไปครั้งนี้ก็จะพิเศษกว่าทุกครั้งที่ไปเพราะปรกติแล้วผมจะไม่นิยมออกทะเล ถ้าเพื่อนชวนไปเกาะ หรือออกทะเลส่วนใหญ่แล้วผมจะไม่ค่อยได้ไปเพราะไปชอบกลัวน้ำ แต่เนื่องจากหลังไปมาหลายทะเลแล้วชักจะชอบก็เลยตกลงรับโดยดี โดยผมให้เงื่อนไขว่าถ้าไปเกิน4คนผมไป แล้วพอนับกันจริงๆ ก็ไปกัน 12 คน เป็นคณะที่ใหญ่มาก ๆ ประกอบด้วย ผม เอ๋ เบนส์ แฟนเบนส์ ราเชน ยุ้ย เป้ง หนึ่ง และครอบครัวหนึ่งอีก 4 คน ใช้เวลาท่องเที่ยว 4วัน อยู่เกาะ 3 วัน ยานพาหนะที่เดินทางไปก็รถตู้ อัดกันไปเต็มที่ โปรแกรมก็ไม่มีอะไรมาก ดำน้ำอย่างเดียว
เตรียมการเดินทางเรากำหนดวันเดินทาง เป็นวันที่ 28 เมษายน - 1 พฤษภาคม ก็ลางานกัน 1วัน จากนั้นก็ทำการจองที่พักที่จะมาใช้นอนกันคืนแรก ก่อนลงเรือตอนเช้าไปเกาะ ที่พักก็หากันหลายที่จนมาได้ที่ คุระเรือนไทย อ.คุระบุรี ส่วนทางด้านเอ๋ ก็จัดการหารถตู้ เมื่อโอนเงินจ่ายกันครบทุกอย่างก็ออกเดินทาง (ประมาณคนล่ะ 3,500บาท) เมื่อทุกอย่างพร้อมก็รอวันออกเดินทาง
ล้อหมุนเช้าวันที่ 28 ทุกคนก็พร้อมเดินทาง รถตู้ก็ทะยอยรับแต่ล่ะบ้าน ก็ไล่กันตั้งแต่สำโรงแล้วก็ไปรังสิต จากนั้นก็ดินแดง (มารับผม กับ ยุ้ย) แล้วก็ไปรับราเชนคนสุดท้ายที่แถววังสวนจิตร จากนั้นก็มุ่งหน้าออก ถนนกาญจณาภิเษก เข้าพระราม2 แล้วก็เลี้ยวซ้ายเข้าเพชรเกษมที่แยกราชบุรี จากนั้นก็ตรงไปเรื่อย วันนั้นฝนตกจึงไม่สามารถทำความเร็วได้มากนัก ก็ขยับไปเรื่อย จะไปหลุดก็ตรงแยกเขาวัง มาถึงตอนนี้ก็หมดหนังไป 2 เรื่อง คือ 300 กับ Death Note 2 (ภาคแรกก็ยังไม่เคยดูเลย แต่ก็สนุก ดูภาคไหนก่อนก็ได้) แล้วก็มาแวะกินข้าวเที่ยว แถวๆประจวบ เลยปราณบุรีมานิดหน่อย จากนั้นก็มุ่งหน้าต่อไปจนมาถึงแยกเลี้ยวขวา เข้าระนอง ซึ่งเส้นทางเข้าไม่ต้องคิดมาก ใครเมารถก็เตรียมตัวได้เลย เพราะเป็นเส้นทางที่เลาะไปแนวเขา ก็วิ่งบนเขาเกือบชั่วโมงถึงจะ อ.เมือง ระนอง ก็ต้องแวะเข้าห้องน้ำกันซักหน่อย เพราะไม่ไหว มึนมากๆ โค้งเยอะเหมือนกัน จากนั้น ก็มุ่งหน้าเข้า อ.คุระบุรี จ.พังงา มาถึงที่พัก คุระเรือนไทย ก็ประมาณ 2 ทุ่ม แยกย้ายกันเข้าห้องเก็บของแล้วก็ออกมากินข้าวกัน จากนั้นก็เข้านอนเพราะต้องออกทะเลกันแต่เช้า
ทะเลกว้างใหญ่ พวกเราลอยไปเช้าของวันที่ 2 (29 เมษา) เช้าๆอากาศดีมาก ฝนตกเล็กน้อย มื้อเช้าที่พักได้จัดน้ำเต้าหู้ แล้วก็โจ๊กไว้ให้ (ที่คุระเรือนไทยดีมากๆ เลยครับ ถ้าใครจะไปแนะนำเลยครับ ไม่เคี้ยว แล้วก็อัธยาศัยดีมาก) เมื่ออิ่มก็เก็บของขึ้นรถ มุ่งหน้าสู้ท่าเรือคุระบุรี ประมาณ ครึ่งชั่วโมงจากที่พักเราก็มาถึงท่าเรือ ก็ไม่ค้องคิดมาก ถ่ายรูปกับป้ายที่ทำการอุทยาณเป็นประเพณี จากนั้นก็ไปรวมกลุ่มกันเพื่อที่จะขึ้นเรือ ทัวย์ที่นำเราครั้งนี้เราใช้บริการของ Sabina tour ซึ่งเป็นทัวย์ที่เชี่ยวชาญและชำนาญเกี่ยวกับหมู่เกาะสุรินทร์มาก ๆ งานนี้เราได้รวมกลุ่มกับเพื่อนเอ๋อีกกลุ่มคือ เจ้เต่า(เราเรียกกันอย่างนั้น อิ อิ) แต่กลุ่มของผมได้ไปก่อน เพราะเรือเร็ว(Speed Boat)ว่างพอดี ทำให้ผมนึกถึงตอนไปเที่ยวภูเก็ตปีที่แล้วเลย มันมาก เรื่อใช้เวลาประมาณ45นาทีออกจากอ่าวมุ่งหน้าสู่ทะเล แล้วก็มาถึง หมู่เกาะสุรินทร์
หาดไม้งามเมื่อเรือมาถึง ก็เอาเรามาโยนทิ้งไว้ที่เกาะทีทำการอุทยานฯ เพื่อต่อเรื่อหางยาวเข้าไปที่เกาะในอีกทีนึง แล้วเราก็เข้ามาถึงหาดไม้งาน ซึ่งเป็นเกาะศูนย์กลาง เป็นที่พัก ห้องน้ำโรงอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย เนื่องจากเรามาเรือเร็วสัมภาระต่างๆที่ลงเรือใหญ่ก็ยังมาไม่ถึง ก็นั่นเล่นเดินเล่นกันไป ถ่ายรูปกันไปซักครึ่งชั่วโมงเรือใหญ่ก็มาถึงพร้อมสัมภาระของเรา แล้วผมก็ขนของไปอีกฝั่งหนึ่งของเกาะ ซึ่อจะเป็นที่นอน โรงอาหาร แล้วก็ สถนาที่ ดูพระอาทิตย์ขึ้น เมื่อได้เต็นท์ พวกเราก็แบ่งกลุ่มกันนอนครับ ผมก็นอนคู่กับราเชน ก็ไม่มีปัญหาครับนอนด้วยกันมาหลายงานแล้ว อิ อิ อิ (เหมือนเป็นคู่เกย์กันเลย) จากนั้นก็ออกจากเต็นท์ ไปกินข้าวเที่ยงกัน แล้วก็ไปขึ้นเรือที่อีกฝั่งของเกาะเพื่อไปดำน้ำครับ
ดำน้ำ แบบยาวๆเนื่องจากทริปนี้ไปเพื่อดำน้ำซ่ะส่วนใหญ่ ผมจึงไม่ขอเล่าแบบลำดับเหตุการณ์แบบที่ผ่านมาน่ะครับจะเล่าแบบรวมๆ เพราะไปคราวนี้เราจะมีการดำน้ำ 3 ช่วง ก็คือบ่ายวันแรก และเช้าบ่ายวันที่ 2 ส่วนวันที่3 ฝนตกเลยอด
การเดินทางเราก็จะไปด้วยเรือหางยาว มุ่งหน้าออกสู่อ่าวหน้าเกาะ แต่ล่ะช่วงที่ไปก็จะได้ดำ 2 ที่บ้าง 3ที่บ้าง แล้วแต่ระยะเวลาและความใกล้ไกล บวกกับกระแสน้ำขึ้นน้ำลง คนที่จะดูแลเราตลอดการเดินทางก้คือ แบงค์ หนุ่มเมืองปทุมธานี แต่มาอยุ่ทะเลจนตัวดำเชียว การมาดำน้ำที่นี้สบายมาก เพราะ มาถึงก็โดดลงน้ำ จากนั้นก็จับกลุ่มกันแล้วคนนำก็จะลากเราไปดูตามจุดต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งคุณจะได้เห็นปลาการ์ตูน ปะการัง กุ้งมังกร ดอกไม้ทะเล และ ปลาปักเป้า และอะไรไม่รู้อีกมากมาย เป็นประสพการณ์ที่เล่ายังไงก็ไม่เข้าใจหรอกครับ ต้องไปดูเอาเอง อ่าวผมที่ได้ไปก็ได้แก่ ดำน้ำวันแรกกันที่ เกาะตอรินลา และ อ่าวผักกาด วันที่2 เกาะสต๊อร์ค และ อ่าวจาก ช่วงบ่ายก็ อ่าวแม่ยาย,หินแพ และ อ่าวเต่า วันที่ 3 อด เพราะฝนตกตอนเช้า
อาหารการกินอาหารทั้งหมดถูกนำมาจากแผ่นดินใหญ่ แต่จะมาทำกันที่นี้ เรื่องความสดไม่เท่าไร แต่ความอร่อยไม่ต้องพูดถึง กินเกลี้ยง คูณ 2 ทุกมื้อ คนที่ไปทะเลเล่นน้ำบ่อยคงเข้าใจน่ะครับ ว่าหิวโซเป็นอย่างไร มีเท่าไรก็ฟาดกันจนเกลี้ยง อาหารที่กินมา 7 มื้อ บอกได้เลยว่าไม่ซ้ำกันเลย แล้วก็ กินได้เท่าที่อยากกิน มีเติมตลอด เอา ง่ายๆ คือคุณเอาเงินขิงคุณทิ้งไว้ที่ฝั่งพังงาเลย น้ำเปล่ามีให้ดื่นไม่อั้น ไม่ต้องแบกไปเยอะ เอาไปแค่ครึ่งโหล ก็ใช้ไม่หมดแล้ว ขนมของกินมีตลอดการเดินทาง ลงน้ำขึ้นมาปุ๊บมีกินทันที ถ้าหมดก็ไปไถ่เรือข้างมาก็ได้ หรือเวลาผ่านเรือบริการ ก็จอดขนเสบียงกัน (เรือบริการ จะจอดอยู่ทางอ่าวด้านหน้าทางเข้าอุทยาน ซึ่งเราก็ใช้เป็นที่กินข้าวกลางวันกันตอนออกทะเล) ฉะนั้น ถ้าซื้อทัวย์จากฝั่งคุระบุรีไปแล้ว ก็สบายใจได้ไม่มีอด
ห้องน้ำห้องท่าการจัดการของเกาะทำได้ดีมากๆ มีไฟฟ้า มีน้ำ ใช้อย่างพอเพียง ซึ่งมากพอสำหรับการดำรงชีวิตบนเกาะได้สบาย ห้องน้ำสะอาด มีการจัดการเก็บกวาดทุกวัน ดีมากๆครับ
ยามค่ำคืนยามค่ำคืนที่นี้ไม่มีอะไรให้ทำมาก นอกจากไปนั่งริมหาดฟังเสียงคลื่นซัดสาดเข้ามา แต่ก็อยู่ได้ไม่นานเพราะเป็นเวลาน้ำขึ้นครับ นอนๆ นั่งๆ กำลังเคลิ้มๆก็โดนน้ำทะเลไล่ซ่ะแล้ว แต่เวลามานอนที่เต้นท์อากาศจะอบอ้าวพอสมควรครับเพราะลมจะเข้ามาไม่ถึง แต่คืนที่สองนี่ไม่ต้องทำอะไรเลยครับ ฝนตกทั้งคืน บางเต้นท์โชคดีหน่อยก้จะมีน้ำรั่วเข้ามา ก็ถือว่าสนุกดีครับ
วันสุดท้ายวันนีเป็นวันสุดท้ายแล้วก็เดินทางกลับบ้านกัน กว่าฝนจะหยุดก็เกือบเที่ยง เราก็กินข้าวบนเกาะกัน จากนั้นก็เก็บของไปขึ้นเรือเมล์เพื่อเดินทางกลับฝั่งพังงา การกลับมาของเราก็เกือบจะเป็นชุดสุดท้ายแล้ว เพราะเกาะจะปิดประมาณอาทิตย์แรกของเดือนพฤษภาคม ดังนั้นเรือเที่ยวนี้คนเยอะมาก ประมาณเกือบ2ชั่วโมงก็มาเทียบที่ท่าเรือคุระบุรีอีกครัง มาถึงฝั่งก็เย็นๆแล้ว พวกผมก็ตัวสินใจกลับไปที่คุระเรือนไทยเพื่อขอเช่าห้องเพื่ออาบน้ำกันก่อนที่จะนั่งรถกลับบ้าน ซึ่งที่นี่ก็ดีมากให้เราอาบน้ำแล้วยังจะไม่คิดเงินเราอีก จากนั้นก็นั่งรถยาวกลับกรุงเทพกันเลย ตลอดทางฝนก็ตกมาเรื่อยๆ กว่าจะมาถึงก็เกือบตี3 วันนี้วันเกิดผมครับ
สรุปการเดินทางการเดินทางไปทะเลครั้งนี้การเดินทางอาจจะเมื่อยล้ากันหน่อยเพราะนั่งรถไปไกลมาก แต่เมื่อไปถึงทะเลแล้วทุกอย่างก็หายทิ้งไปหมด ใครที่ชอบไปทะเล ดำน้ำ ดูปลา ปะการัง ก็ไม่ครวพลาด อีกอย่งคือจ่ายตังครั้งเดียวเที่ยวได้สามวันเลย ค่าใช้จ่ายก็ไม่ค่อยแพง โดยรวมถือว่าสนุกครับ แล้วพบกันโอกาศหน้าครับ รูปถ่ายจะอยู่ข้างล่างน่ะครับ
ปล. เกาะจะอีกครั้งเปิดวันที่ 16 พฤศจิกายนน่ะครับ
วัชรากร พัฒนรัตน์เจริญ (ใหญ่)
7月15日 โอกาศ หรือ วิกฤต เงินบาทเมื่อเงินบาทแข็งตัว
ช่วงนี้กระแสเงินบาทมาแรงเหลือเกิน ทำลายสถิติสูงสุดกันทุกสัปดาห์ บางคนก็ตื่นเต้นกับค่าเงินที่สูงขึ้น แต่บางคนก็ย่ำแย่กับการที่เงินบาทแข็งเกินไป แล้วเงินบาทมันแข็งได้ยังไง อันนี้ถ้าใครเคยอ่านหัวเรื่อง ตลาดหุ้น คงน่าจะนึกออก สรุปเอาง่ายๆ ก็คือพอในตลาดเงินมีการซื้อเงินบาทเยอะ มูลค่ามันก็เพิ่มขึ้น พอเงินไหลเข้ามาเยอะ ๆ มูลค่าเงินบาทก็สูงขึ้น แต่ในทางกลับกัน ถ้าเงินไหลออกมากๆ เงินบาทก็ลงเหมือนกัน
ใครได้เงิน ใครเสียเงิน
เป็นเรื่องธรรมชาติของระบบเศรษฐศาสตร์ ก็คือเอาเงินของคนอื่นมาไว้ในการเป๋าเราอย่างแบนเนียน แล้วก็บอกว่าเป็นไปตามกลไกทางเศรษฐกิจ ถ้าเงินมันเข้ากระเป๋าเราเยอะก็ดี แต่ถ้ามันน้อยก็แย่ เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นก็ทำให้บางคนมีเงินเยอะขึ้น แต่บางคนก็เงินน้อยลง แล้วใครได้ผลประโยชน์จากเงินบาทแข็งค่า
แข็งแล้วดี
คนกลุ่มนี้ชัดๆ ที่สุดก็คือ กลุ่มผู้นำเข้า เพราะจ่ายเท่าเดิม ได้ของเยอะขึ้น หรือ ซื้อเท่าเดิม แต่จ่ายน้อยลง
กลุ่มธุรกิจที่ไปลงทุนที่ต่างประเทศ อันนี้ก็พวกที่ไปเปิดโรงงาน หรือ ไปลงทุนที่ต่างประเทศ เพราะเงินที่ไหลออกไปใช้เพื่อสนับสนุนธุรกิจมีมูลค่ามากขึ้น
เงินกู้ต่างประเทศ เพราะว่า เวลาเรากู้มาเป็น Dollar เมื่อบาทแข็งยอดเงินกู้เราก็ลดลง จึงเป็นเวลาที่เหมาะสำหรับการชำระหนี้
ราคาน้ำมันภายในประเทศ เพราะเราจะได้ราคาน้ำมันที่ถูกลง แม้ว่ามันจะขึ้นราคาก็ตาม
แข็งแล้วแย่
กลุ่มผู้ส่งออก เพราะว่า ว่าต้องส่งของเยอะขึ้น แต่ได้เงินเท่าเดิม อันนี้เป็นปัญหาหลัก
กลุ่มบุคคลที่รับเงินเดือน สกุลอื่น อันนี้ก็ลำบากหน่อย
กลุ่มนักลงทุนที่มีแผนจะเข้ามาลงทุนในประเทศ เนื่องจาก เงินที่จะนำเข้ามามีมูลค่าน้อยลง
ผลกระทบต่างๆ
วันนี้ค่าเงินลงมาจาก 40 บาท มาถึง 33 บาท ก็ใช้เวลาประมาณปีกว่าๆ จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ลงเร็วมา แต่เป็นเพราะเราปรับตัวไม่ทัน มันไหลลงมาเรื่อยๆ อย่างช้าๆ เพราะตกแล้ว เดือนนึงลดไปเกือบ 0.5 บาท ต่อ $Us. และ ก็เป็นแนวโน้มอย่างนี้มานานกว่า 12 เดือน ซึ่งผู้ประกอบการทั้งหลาย ถ้าบอกว่าปรับตัวไม่ทันคงจะเป็นเพราะไม่เคยมานั่งสังเกตุว่าค่าเงินแปรผันไปทางไหน อัตราค่าเงินบาทที่แข็งตัวขึ้นคนที่โดนไปเต็มๆก็คือผู้ส่งออก ซึ่งถ้าผู้ส่งออกยังอาศัยเทคนิคขายถูกขายมาก ก็คงจะล่มสลายไปกลับอัตราค่าเงินบาทครั้งนี้แน่นอน ผู้ส่งออกจึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างการผลิต ใช้ทรัพยากรการผลิตให้คุ้มค่ามากขึ้น พยายามปรับแผนการผลิต ใช้ระบบสกุงเงินอื่นในการซื้อขาย อย่างเช่นถ้าไปยุโรป ก็ใช้สกุลเงินยูโรแทน เพราะทุกวันนี้เราเอาค่าเงินเราไปผูกกับสหรัฐอเมริกา ถ้าเงินมันอ่อน เงินบาทก็จะแข็งค่าขึ้น ซึ่งสหรัฐก็เริ่มมีปัญหาเรื่องการเงิน การเมือง แล้วก็สงคราม บางครั้งเงินบาทของเราจึงแข็งค่าอย่างไร้เหตุผล มาในส่วนผู้นำเข้า ผู้นำเข้าก็มีโอกาศนำสินค้าเข้ามามากขึ้น ในขณะที่จ่ายเท่าเดิม ซึ่งเป็นโอกาศอันดีที่ใครคิดจะขยายโรงงาน หรือ ต้นทุนส่วนใหญ่มาจากการนำเข้า ก็รีบฉวยโอกาศนี้ซ่ะ เพราะ คิดว่าเงินบาทคงไปไม่ถึง 30 บาท ต่อ $Us. แน่นอน เพราะถึงตอนนนั้นเงินทุนที่เข้ามาซื้อเงินบาทคงจะไหลออกไปแล้ว ส่วนเรื่องการชำระหนี้ต่างประเทศช่วงนี้เป็นเวลาที่ดีมาก สำหรับการชำระหนี้ เพราะว่า เมื่อเงินบาทแข็งค่า เงินบาทเราก็จะมีค่ามากขึ้น หนี้ที่มีอยู่ก็จะน้อยลง ทำให้เราสามารถชำระหนี้บางส่วนออกไปได้ เพราะลดภาระหนี้ในอนาคต
กราฟ ค่าเงินบาท
แนวตั้งคือ หน่วย เงินบาทครับ
แนวนอน คือ ค่าเฉลี่ยในเดือนต่างๆ เริ่มตั้งแต่ 01/49, 02/49 ,. . .,06/50 แล้วก็ 12/07/50 รวมระยะเวลา 19เดือน
ซึ่งถ้าสังเกตุจากกราฟ มันก็ไม่มีอะไรหวือหวา เพราะมันก็ลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ผันผ่วนซักเท่าไหร่ แต่ว่ามันลงมากไปหรือเปล่า อันนี้คงต้องไปถาม แบงค์ชาติดูน่ะครับ
![]() ผมสรุปเอาเอง
ทุกวันนี้ ถ้านับตั้งแต่ เดือนมกราคม 2549 ถึง กรกฏาคม 2550 ค่าเงินบาท ก็ลดลงจาก 39.7239 มาที่ 33.4621 ก็ใช้เวลา 19 เดือน คิดเป็นเงิน 6.2618 บาท หรือ 15.76% ลองคิดดูว่า ถ้า คุณเคยได้เงินเดือน อยู่ที่ 1,000$ จากที่เคยได้ 39,723.9 บาท แต่วันนี้เหลือ 33,462.1 บาท มันก็น่าใจหายเหมือนกัน แต่ถ้าเมื่อก่อนคุณเคยซื้อของ 1,000$ แต่วันนี้ถูกลงไป 6,261.8 บาท มันก็น่าดีใจไม่น้อย ดั่งนั้นมุมมองมันอยู่ที่ว่าเราอยู่มุมไหน ถ้าอยู่มุมที่ได้มันก็ดี แต่ถ้าอยู่มุมที่เสีย มันก็น่าหดหู่ใจไม่น้อย คงที่เสียเปรียบก็คงต้องปรับตัวกันน่าดู แต่คงที่ได้เปรียบก็อย่าประมาท เพราะถ้าค่าเงินไม่นิ่ง แผนการตลาดมันก็ต้องแยบยลมากขึ้น แต่มีอยู่เรื่องนึงที่คิดว่าทุกคงคงได้ประโยชน์จากการแข็งค่าของค่าเงิน นั่นก็คือราคาน้ำมัน ลองคิดดูซิว่า ถ้าตอนนี้ค่าเงินบาท เราอยู่ที่ 39 บาท /$ วันนี้(12/07/2550)ค่าน้ำมันจะอยู่ที่ 29.99 +15.76$ = 34.71 บาท ต่อ ลิตร หรือที่นักวิชาการตะโกนกันใหญ่ว่า เราควรจะอยู่ที่ 36บาท /$ ราคาน้ำมัน เบนซิน95ก็จะอยู่ที่ 32.10 บาท/ลิตร ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะวิกฤตกว่าทุกวันนี้แน่นอน
วัชรากร พัฒนรัตน์เจริญ (ใหญ่)
อัตาแลกเปลี่ยน http://www.bot.or.th
ราคาน้ำมัน http://www.pttplc.com
3月3日 Royal Flora Ratchaphruek 2006Royal Flora Ratchaphruek 2006
ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์
เชียงใหม่วันนี้เปลี่ยนไปจากที่ผมคิดไว้มาก ๆ ๆ ๆ ครั้งสุดท้ายที่มาก็ สมัย ม.5 ก็ ย้อนกลับไปซัก 12 - 13 ปีได้แล้วมั้ง เมืองเชียงใหม่วันนี้มีความเจริญอย่างมากมาย คล้ายว่าจะเป็นกรุงเทพแต่ไม่ใช่ มีแทบทุกอย่างเหมือนกรุงเทพยกเว้น พารากอน กับรถไฟฟ้า อิ อิ อิ
คิด วางแผน เปลี่ยนแปลง แล้ว ก็วางแผนใหม่
เดิมที่ผมตั้งใจว่าจะเดินทางไปเชียงใหม่คิดว่าชวนใครไปได้ก็ไป ไม่มีใครไปก็จะไปคนเดียวเนี่ยแหล่ะ สรุปก็ได้วันเวลาที่แน่นอนออกมา ว่าจะไปกลางเดือนมกราคม คนคงจะไม่เยอะแล้ว ไปกลับด้วยเครื่องบิน เพราะมันเร็วดี แล้ว ก็ประหยัดเวลาในการท่องเที่ยวของเรามาก แต่แล้วก็ มีการเปลี่ยนแปลง คือ คณะเดินทางครั้งนี้ กลับกลายเป็นเตี่ย แม่ น้าแอ๋ว ลุงโรเจอร์ แล้วก็ ชาแนน กำหนดการยังใกล้เคียงวันเวลาที่วางไว้ ไปวันเสาร์กลับวันพุธ แต่ไปเครื่องบินกลับรถตู้ที่เช่า โดยทุกคนเดินทางไปก่อนหน้าวันที่จะไปหลายวันแล้ว ไปเที่ยวเชียงรายกันหนำใจแล้วจึงมาเจอกันที่เชียงใหม่
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เดินทางมาที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อมาขึ้นเครื่องของ 1-2-go เดินทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ กำหนดเครื่องออกคือ 11โมงกว่า แต่ผมไปถึงเร็วมาก เพราะไม่เคยไปเลยขอไปเร็วหน่อย ระยะทางก็27km. ไกลกว่าไปสนามบินดอนเมือง 7 km. ก็ไม่เดือนร้อนอะไร พอมาถึง ก็พบกับความใหญ่โต แต่แออัดมาก คนเยอะจริงๆ คิดไปคิดว่ามันแคบกว่าดอนเมืองเปล่าเนี่ย แค่มันหลังคาสูงกว่าเท่านั้น จากนั้นก็เดินกันจนทั่วสนามบินเลย เล่นเอาเมื่อยเลย แล้วก็มารอ Check-In การ Check - In ที่นี้ ช้ามาก ๆ ๆ ๆ ผมคิดว่ามันจะไปทันเวลาขึ้นเครื่องได้ไง กว่าจะทำเสร็จทีหล่ะคน จนกระทั้งเค้าคิดได้ว่าไม่ทันแล้ว จึงเปิด counter check-in เพิ่ม อีก 2 ที่ มันจึงเพียงพอ เมื่อได้ตั๋วแล้วผมก็เข้าไปที่ภายในผู้โดยสารขาออกทันที พอเข้ามาแล้วอันนี้ซิใหญ่จริงๆ โคตรจะใหญ่ และ ก็ทางเดินไกลมาก ๆ ๆ ๆ เดินกันขาหักเลยกว่าจะถึงประตูทางเข้า แต่แล้วเราก็มาถึงได้ขึ้นเครื่องซักที
![]() สวัสดีเชียงใหม่
สนามบินเชียงใหม่ เมื่อมาถึงก็ไม่ได้หรูหราอะไรมากมาย ก็เหมือนๆ สนามบินตามต่างจังหวัดทั่วๆไป พอเดินผ่านประตูออกมาก็จะพบป้ายประชาสัมพันธ์งานพืชสวนโลก แล้วทางบ้านผมเค้าก็มารอรับกันที่สนามบินเรียบร้อย เมื่อมาถึงพวกผมก็จัดแจงเก็บข้าวของเข้าไป chek-in ที่โรงแรมเชียงใหม่พล่าซ่า จากนั้นก็วางแผนไว้ว่าจะไปสวนสัตว์เชียงใหม่อยากจะไปดูหมาแพนดี้-หมีแพนด้ากันซักครั้งเพื่อเป็นบุญวาสนาของพวกกระผม
MIO P550 GPS (Global Positioning System)
เมื่อก่อนซักสิบกว่าปีที่แล้ว ผมมาเชียงใหม่แล้วก็หลง วนมันอยู่รอบคูเมืองเนี่ยแหล่ะ ไปไม่เป็นเลย มาคราวนี้ผมก็มีผู้ช่วยที่ดีมากๆ เพิ่งได้มาไม่นานนั่นก็คือ PDA MIO P550 GPS เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้เป็นอุปกรณ์ใช้นำทางไปยังที่ต่างๆ (Navigator) ช่วยให้การเดินทางไปยังที่ๆไม่เคยไปแล้วก็ไม่หลงทาง จึงเหมาะมากสำหรับการเดินทางครั้งนี้ เพราะเราสามารถกำหนดจุดต่างๆได้หมดว่าจะไปที่ไหน ธนาคารใกล้ที่สุด, ตู้ATM ใกล้ที่สุด หรือ ปั้มน้ำมันใกล้ที่สุด อีกทั้งยังคำนวนระยะทางให้เสร็จ ทำให้เราไม่ต้องวนรถไปมา ประหยัดเวลา และ ค่าน้ำมัน
สวนสัตว์เชียงใหม่
ผมไม่แน่ใจว่านี้เป้นการมาครั้งแรก หรือ ครั้งที่ 2 แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมพลาดอย่างแรง คือผมเข้าใจผิดคิดว่ามันจะเป็นเหมือนสวนสัตว์ดุสิตที่เคยไปบ่อยๆ มันกว้างมาก ใหญ่มากๆ เขาทั้งลูก พวกผมก็ลงเดินด้วยความที่ไม่รู้มาก่อน ผลลัพท์ ผู้สูงอายุทั้งหลายก็เดินม่ะไหวแล้ว โทรเรียกรถตู้มารับดีกว่า พวกผมก็เลยนัดเจอกันที่กรงหมีแพนด้า ตอนที่ผมไปมันก็ช่วงเย็นๆแล้ว ผลก็คือ หมีมันไม่ออกมา ก็เลยเศร้ากันไป (ที่บริเวณหน้ากรงเค้าจะมีโทรทัศน์ให้ดูข้างในกรง) ก็เลยถ่ายรูปกันด้านนอกแล้วก็ไปดูหมีโคอาล่ากัน หมีโคอาล่า น้องชาแนนก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะมันมาจากประเทศที่น้องเค้าอยู่ จากนั้นก็ไปดูปลา ก็ไม่ค่อยมีอะไร สรุปแล้วมาสวนสัตว์คราวนี้ก็ไม่ได้อะไรมาก เที่ยวเขาดินสบายกว่าเยอะ
![]() วัดพระธาตุดอยสุเทพ
เมื่อเสร็จออกจากสวนสัตว์เชียงใหม่ พวกผมก็ดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพ บรรยากาศของวัดก็เหมือนกับที่เคยมา แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปแล้วก็คือระบบกระเช้า ตอนนี้ก็มีการพัฒนาขึ้นเยอะ บรรยากาศภายในวัดไม่คึกคักเท่าไหร่ เพราะว่าเวลาที่ผมไปก็จะหกโมงเย็นแล้ว เมื่อไว้พระเสร็จผมก็ลงกลับไปที่ตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อเข้าที่พัก
![]() ประตูท่าแพ ถนนคนเดิน
คืนนี้เป้าหมายที่ต้องไปเยือนก็คือประตูท่าแพ ถนนราชดำเนิน หรือ ถนนคนเดินนี่เอง ผมก็เรียกสามล้อจากที่พักไป เมื่อมาถึงประตูท่าแพผมก็รู้สึกถึงบรรยากาศได้ทันที ของขายเต็มไปหมด มีอะไรต่อมิอะไรเพียบ ส่วนใหญ่ก็เป็นของเมืองเหนือ ผมก็เรื่มต้นเดินกันตั้งแต่ต้นถนน ไปเรื่อยๆ จนสุดถนน ตลอดทางที่เดินไปก็มีวัยรุ่นมากันเพียบ และ วัดก็มีตลอดสองข้างทาง ก็ แวะเข้าไปที่นั่นนิดนึง ที่นี้นิดนึง และ ก็จะมีการแสดงของแต่ละกลุ่มตลอดทางที่เดิน เป็นสถานที่ๆเราสามารถแสดงความสามารถของเราได้ ถือว่าดีมากๆ ผมว่ามันน่าเดินกว่าตอนที่สีลมปิดถนน ทำเป็นถนนคนเดินซ่ะอีก สรุปเดินไปเดินกับ ก็ 2 ชั่วโมง ได้กำไลไม้สีสวยๆ กับ เสื้อยืด Handmade นับว่าใช้ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้มาอีกเมื่อไรเนอะ
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ (Queen Sirikit Botanic Garden)
วันที่ 2 ก็ออกกันเดินทางจากโรงแรมกันแต่เช้ามุ่งหน้าสู่แม่ริม ก็อาศัยทางหลวงหมายเลข 1096 พิกัดGPS(98.860320,18.899170) กว่าจะมาถึงก็งงอยู่เหมือนกัน เพราะป้ายบอกทางน้อย และในเครื่อง GPS ก็หาตำแหน่งไม่เจอ ก็เลยดำน้ำกันนิดหน่อย บรรยากาศภายในถือว่าดีมากๆ ถ้าไม่นับงานพืชสวนโลก ที่นี้ถือว่าสมบรูณ์เหมาะมากสำหรับการศึกษาข้อมูลพรรณไม้ต่างๆ เมื่อผ่านประตูทางเข้าชำระค่าผ่านทางก็เข้ามาส่วนในสุดเลย จะ เป็นโรงกระจกที่ไว้เพาะต้นไม้ ที่นี่อากาศดีมาก ต้นไม้เยอะมากๆ เดินกันชั่วโมงเดียวไม่พอแน่นอน จากนั้นก็ลงมาเดินในส่วนของทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางเดินประมาณ 1 กิโลกว่าๆ อันนี้ธรรมชาติมากๆ เหมือนเดินเข้าไปในป่าเลย สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์มีการจัดการที่ดีมาก ต้นไม้แทบทุกต้นมีป้ายชื่อบอกว่าเป็นต้นอะไร แม้แต่ทางเดินธรรมชาติก็ยังทำป้ายชื่อไว้เพียบ ถ้ามาเชียงใหม่ชอบธรรมชาติ ก็ไม่ควรพลาด
![]() ![]() ปางช้างแม่สา
ปางช้างแม่สาก็อยู่บนเส้นทางหลวงหมายเลข 1096 ขากลับพวกผมก็แวะ ปางช้างแม่สา เนื่องจากน้องชาแนน อยากจะนั่งช้างซักครั้ง เมื่อซื้อตั๋วแล้วก็นั่งช้างเลย การนั่งช้างก็ไม่ยากครับนั่งตัวเกร็งๆ เกาะแน่นๆครับ เสียวจะตกฉิบเป็ง ลองมานั่งนึกผมแค่นั่งเฉยๆก็จะตกแหล่ไม่ตกแหล่อยู่แล้ว แล้วคนสมัยก่อนที่เค้านั่งช้างเดินทางหรือออกศึกเห็นในหนังนั่งกันสบายๆเลย หลังจากนั่งเขย่า พวกผมก็กินข้าวเที่ยงกันที่นี่ เมื่อเสร็จจากมื้อเที่ยงก็ ถึงเวลาดูการแสดงช้าง โดยรวมๆแล้วถือว่าสนุก ที่เด็ดก็คือช้างวาดรูป ไม่ใช่แค่เอางวงมาเขี่ยๆ แต่วาดเป็นภาพเลย อันนี้ แปลกมาก
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
วันที่สาม ผมก็ออกไปฝากท้องแถวตลาดอีกครั้ง เมื่อทุกคนเรียบร้อยกับมื้อเช้าแล้วก็ออกเดินทางไป วัดพระสิงห์ GPS(98.982400,18.788510) การมานมัสการพระธาตุวัดพระสิงห์ เพราะว่า พระธาตุวัดพระสิงห์เป็นพระธาตุประจำคนปีมะโรง ผมก็เลยถือโอกาศมาซักครั้ง บรรยากาศภายในวัดถือว่าสงบ แม้ว่าจะอยู่กลางเมืองเชียงใหม่ เมื่อเสร็จจากการนมัสการพระธาตุ ผมก็เดินทางมึ่งหน้าสู่เป้าหมายหลักของงานนี้ ก็คือ งานพืชสวนโลก
![]() มหกรรมพืชสวนโลก เฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549
ผมมาถึงงานพืชสวนโลกก็ซัก 10.00 โมงได้ วันนี้วันธรรมดา (วันอังคาร) คนก็ยังคงเยอะอยู่ แต่คิดว่าน้อยกว่า ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์เยอะ มาถึงก็ไม่ต้องคิดมากเลย ที่แรกที่ทุกคนต้องแวะ ก็คือเนินราชพฤกษ์ จากนั้นก็เข้าพื้นที่ของที่ระลึกเลย เพราะจากการศึกษาเส้นทางการเดินคิดว่าคงจะไม่ได้มาแถวนี้อีกแล้ว ก็เลยจัดแจงซื้อของที่ระลึกอย่างเป็นทางการซ่ะหน่อยเอาไปฝากคนที่กรุงเทพฯ จากนั้นก็ผ่านเข้าประตู แวะเข้าไปไปรษณีย์ส่ง PostCard หาคนที่กรุงเทพๆอีกแล้ว ก็คิดถึงนี่น่า จากนั้นก็ เริมเดินเท้ากันอย่างเมามัน งานนี้ผมมาคนเดียว เพราะที่เหลือเค้าไปถ่ายรูปโบราณกันในเมืองเชียงใหม่ ผมก็มาเดี่ยวเลย ก็เดินวนทวนเข็มนาฬิกาครับ ใช้เส้นทางรอบใหญ่ ระยะทางประมาณ 7.2 กิโลเมตร ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เดินทั้งวันอยู่แล้ว
![]() Corporate Garden
เริ่มต้นด้วยสวนขององค์กร บริษัท และ จังหวัดต่างๆมาจัดสวนหรือจำลองสภาพความเป็นอยู่ของจังหวัดนั้นๆ มาแสดง ส่วนนี้จะจุดเริ่มต้นของงาน ก็จะมีนิทรรศการต่างๆ สอดแทรกไปตลอดทาง บรรยากาศโดยรวมก็ไม่มีอะไรมากมาย เพราะมันก็ดูแล้วคุ้นๆตาอยู่แล้ว แต่ผมก็แวะถ่ายรูปไปหลายเหมือนกัน
![]() International Garden
สวนที่ประเทศต่างๆมาจัดร่วมในงาน โซนนี้จัดว่าเป็นจุดดึงดูดสำคัญของงานเลย เพราะเราจะได้ดูพันธุ์ไม้ต่างๆที่ไม่ค่อยมีให้ดูในเมืองไทย และรูปแบบการจัดสวนแบบต่างๆของประเทศนั้นๆ เด่นๆที่คนไปดูกันเยอะ ก็ไปดูดอกทิวลิป จาก Netherland หรือ ส่วนของ Bhutan แต่ผมว่าของประเทศจีนก็ใช้ได้ ถ้าใครไปมาแล้ว เวลาเดินเข้าไปจะรู้สึกถึงแผ่นกระเบื้องกระทบกัน ผมชอบตรงนี้แหล่ะ และก็สวนประเทศญี่ปุ่น ก็ถือว่าสวย ผมชอบตรงเนินหญ้าเขียวดีจัง
![]() ปีนหอชมวิว Green Tower
พอเดินผ่านมาซักพัก ก็จะมาถึงหอคอยสูงสีเขียว ซึ่งจะอยู่บริเวณตรงกลาง ถ้าขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดก็จะสามารถมองเห้นได้ทั่วทั้งงาน ผมก็ไม่พลาดที่จะปีนขึ้นไป กว่าจะไปถึงข้างบนก้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน บรรยากาศข้างบนก็มีลมเย็น มองเห็นทุกอย่างได้โดยรอบ ใครที่ขึ้นมาแล้วคงจะนึกออก เมื่อลงจากหอคอย ก็จะมาถึงสวนของ Belgium การจัดสวนที่นี้แปลกมากๆ มองจากข้างบนแล้วเหมือยท่อนไม้ตายซาก แต่ข้างในนั้นได้ปลูกต้นไม้เอาไว้ในโพรงไม้ ก็จัดว่าสร้างสรรค์มาก ๆ แล้วก็เดินวนไปวนมา ก็มาถึงสถานที่สำคัญที่สุดในงาน
![]() ![]() หอคำหลวง Royal Pavilion
จุดเด่นที่ใหญ่ที่สุด สวยที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของงานนี้จะต้องมองเห็น หอคำหลวงเป็นอากาคที่ตั้งอยู่ตรงกลางของงาน มีถนนทอดยาวตั้งแต่หน้าอาคารไปจนสุดทางเข้า อาคารถูกสร้างอย่างปราณีต และงดงามมาก กว่าจะเข้าไปได้ก็ใช้เวลาพอสมควรเพราะคนเยอะมาก ๆ ข้างใน เป็นภาพเขียนพระราชกรณียกิจต่างๆ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วมีต้นโพธ์ทอง หรือ ต้นบรมโพธิสมภาร ซึงมีจำนวนใบเท่ากับจำนวนวันที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์
![]() ![]() กล้อง Digital เป็น พิษ
แล้วผมก็ย่ำเท้ามาเกินครึ่งงาน บอกได้เลยว่าเริ่มเมื่อยแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรมากมาย เพราะตลอดทางจะมีซุ้มอาหาร และเครื่องดื่ม จำหน่ายตลอดทาง ทำให้นึกถึงเกมส์ THEME PARK หรือ Roller coaster tycoon เรื่องราคาก็ไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว จะแพงนิดๆหน่อยๆกว่าข้างนอก อันนี้เข้าใจ เพราะจะมาเที่ยวแล้วก็ไม่ต้องคิดมาก ยังไงก็มีแต่เสียเงิน ผมก็ทั้งกินทั้งดื่มอย่างสบายใจ พอมีแรกก็เดินต่อไป แต่ปัญหาที่กวนใจที่สุดคือ กล้อง แบตหมด เป็นปัญหาใหญ่มากๆ เพระผมขนเมมไป 1.5 G แต่ตอนนี้ถ่ายไปครึ่งเดียวเอง แบตไปซ่ะแล้ว หลังๆ ก็เลยไม่ค่อยจะมีรูป เพราะไม่สามารถถ่ายติดๆกันได้
สวนไทย Thai Tropical Garden
โซนนี้ก็ถือว่าใหญ่มาก และผมใช้เวลากับมันนานเหมือนกัน เพราะเหนื่อย และก็เดินได้ช้าลง ก็เริ่มต้นที่สวนยาง จากนั้นก็ไปเรือนไม้เมืองหนาว แล้วก็เรือนไม้ป่าเขตร้อน เรือนไม้ในร่ม ก็ดูแล้ว ก็เหมือนๆกับที่ไปมาเมื่อวาน แต่เอามาจัดใหม่ แล้ว ก็ลากเท้าไปเรื่อย ตามส่วนต่างๆ แล้ว ก็มาแวะกินข้าว แถวโรงอาหาร2 จากนั้นก็ลากเท้าต่อไปยังด้านหน้า ซึ่งเวลานั้นก็เย็นมากๆแล้ว เดินก็จะไม่ไหวแล้ว สุดท้ายก็มาเจอกับครอบครัวผมที่อาคารนิทรรศการ
![]() ลาก่อนงานพืชสวนโลก
เมื่อได้มาเจอกันครบถ้วนผมก็เดินออกจากงาน ตลอดทางเดินก็มีร้านขายของที่ระลึกมากมาย ก็ได้เวลาเสียตังค์อีกครั้ง ก็เดินไปซื้อไป สุดท้ายก็มาสุดทางเดินของงาน จากนั้นพวกผมก็มุ่งหน้าไปอีกสถานที่นึงซึ่งอยู่ใกล้ๆนี่เอง
![]() ChiangMai Night Safari
เป็นอีกหนึ่งที่ ที่ผมชอบ (GPS:98.917488,18.741630) ก็ไม่มีอะไรมากมาถึงก็เข้าคิวกันเลย แล้วก็ขึ้นรถเข้าไปเลย บรรยากาศไม่ต้องพูดถึง มืดเหมือนอยู่ในป่าเลย การท่องเที่ยวที่นี่ เราจะได้นั่งรถ 2 รอบ แต่ล่ะรอบจะไปคนล่ะที่กัน ซึ่งเค้าก็แบ่งโซนต่างๆไว้ได้ดี บนรถมีพนักงานแนะนำตลอดเส้นทาง ให้ความรู้ และอธิบายได้เข้าในไม่ยาก ส่วนเรื่องการถ่ายรูปก็ไม่ต้องคิดเลย เพราะมันมืด อีกอย่างเค้าก็ไม่อยากให้ถ่ายเพราะแสงแฟรชอาจจะทำอันตรายต่อสายตาของสัตว์ได้ โดยรวมแล้วถือว่าดีมาก ถ้ามาเชียงใหม่แล้วยังไม่เคยมาที่นี่ก็ไม่ควรพลาด
Good Bye Chiang Mai
เช้าวันที่สี่ ผมก็ยังฝากมื้อเช้าไว้ที่ตลาดเหมือนเดิม แต่วันนี้ต้องเดินทางกลับกรุงเทพแล้ว ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ออกกันแต่เช้า ผ่านลำพูน ลำปาง กำแพงเพชร นครสวรรค์ อยุธยา แล้ว ก็ กรุงเทพ ก็หมดเวลาไปทั้งวันสำหรับการเดินทาง สรุปแล้วการท่องเที่ยวครั้งนี้สนุกใช้ได้ครับแม้ว่าจะไม่ได้ไปกลับเพื่อนๆ แต่ก็ดีไปอีกแล้วครับ เป็นไปได้ก็อยากจะกลับมาเชียงใหม่อีกครั้งเพราะ คิดว่ายังมีอะไรอีกเยอะที่ยังพลาดๆไป ส่วนงานมหกรรมพืชสวนโลกนั้น ใครไม่ได้ไป ก็น่าเสียดายมาก เพราะการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในระดับ A1 นั้นจะจัดได้อีก ก็อีก 10 ปีนู้นเลยครับ เพราะเค้าก็อยากให้ไปจัดที่ประเทศอื่นบ้าง ส่วนใครที่ได้ไปมาผมก็คิดว่าเป็นประสพการณ์ที่ดี ขอให้มีความสุขกับการเดินทางนะครับ
วัชรากร พัฒนรัตน์เจริญ (ใหญ่)
หมายเหตุ : การเดินทางครั้งนี้ยังมีเรื่องวุ่นๆหลายเรื่อง แต่ก้ขอข้ามไปหล่ะกันน่ะครับ และ Blog นี้ ก็ถือว่าใช้เวลาเขียนยาวนานมากๆ ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนกว่าได้ สำหรับพื้นที่ ที่ใช้จัดงานพืชสวนโลก ตอนนี้ก็กำลังถูกพัฒนาให้เป็น สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ซึ่งก็น่าจะเปิดให้เข้าชมได้ ประมาณเดือนมิถุนายน 2550 ครับ 1月20日 TAG ????????TAG
ขอบคุณน้องโซดา มากๆครับที่ ส่งคำเชิญเข้าร่วม TAG
กติกา คือ บอกเรื่องราวของตัวเอง 5 ข้อ หา คน TAG ต่อ 5 คน
1. เป็นโสด พยายามที่จะไม่เป็นอยู่ แล้วก็จะพยายามต่อไป จนกว่าวันนั้นจะมาถึง ไม่ว่าจะดี หรือร้ายก็เตรียมใจไว้แล้ว (ผมกลัวตายมากขึ้น ตั้งแต่รู้จักเธอ เพราะถ้าผมตายไปตอนนี้ ผมคงจะไม่ได้เจอเธออีกแน่นอน)
2. ประหยัด วางแผน และ ไม่ประมาท เนื่องจากกลัวอดตายครับ อิ อิ อิ ไม่ได้ขี้เหนียว หรือ งก น่ะครับ แค่อยากมีเงินเก็บเยอะๆ (เมื่อไหร่จะมีซักทีว่ะ)
3. เป็นคนกรุงเทพโดยกำเนิด ชอบชีวิตเมืองครับ แต่ไม่ชอบความแออัดเลย ถ้าต้องไปอยู่ไกลๆ ผมขอ 3 อย่าง 1.7-11 2.ไปรษณีย์ 3.ADSL Internet ถ้ามี 3 อย่างนี้อยู่ที่ไหนก็ได้หมดครับ
4. ผมกำลังจะไปเชียงใหม่ วันที่ 21 - 24 /01 จะเที่ยวงานพืช และไปไหว้พระธาตุวัดสิงห์ เพราะเค้าว่าคนเกิดปีมะโรงให้ไปไหว้ที่นี่ แล้วจะเก็บรายละเอียดมาฝากทุกคน ไม่ได้ไปเชีียงใหม่ 10 กว่าปีแล้ว ท่าทางจะเปลี่ยนไปเยอะ
5. ไม่อยากอยู่จนแก่ มาก ๆๆ แค่ 80 ก็มากเกินพอแล้ว เพราะ ผมได้อยู่ดูแลอาม่า (95) เข้าใจเลยว่าสังขารมันร่วงโรยเป็นยังไง
ส่วน 5 คนที่อยากจะชวนเพื่ออยากรู้เรื่องราวนั้น ไม่รู้ว่าจะชวนใครครับ เพราะไม่ค่อยสนิทกับใคร เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้จักมากๆ ก็
1. นายทักษิญ ชินวัตร (ใครรู้ว่าเปิด Space ที่ไหน ช่วยบอกด้วยน่ะครับ ผมหล่ะอยากรู้จริงๆ ว่า ท่านคิดยังไง)
2. จอร์ด ดับเบิ้ลยู บุช อันนี้ก็อยากรู้อีกว่าท่านคิดอะไร
3. บินลาเดน นายเจ๋งมากๆๆ ไม่กลัว คนข้างบนเลย
4.
5.
ที่เหลือขอไปคิดดูก่อนน่ะครับ น้องโซดา
ทุกอย่างที่ผมเขียนอาจเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ตอนนี้ดึกแล้วคิดไม่ค่อยออก ไว้กลับจากเชียงใหม่ มุมมองชีวิตผมอาจเปลี่ยนไป
ขอบคุณน้องโซดามากครับที่คิดถึงกันครับ
วัชรากร พัฒนรัตน์เจริญ
|
My Favorities YouTube
|
|||||||||||||||||||||
|
|