SATTAS 的个人资料SaTTaS照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
3月3日 Royal Flora Ratchaphruek 2006Royal Flora Ratchaphruek 2006
ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผาชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์
เชียงใหม่วันนี้เปลี่ยนไปจากที่ผมคิดไว้มาก ๆ ๆ ๆ ครั้งสุดท้ายที่มาก็ สมัย ม.5 ก็ ย้อนกลับไปซัก 12 - 13 ปีได้แล้วมั้ง เมืองเชียงใหม่วันนี้มีความเจริญอย่างมากมาย คล้ายว่าจะเป็นกรุงเทพแต่ไม่ใช่ มีแทบทุกอย่างเหมือนกรุงเทพยกเว้น พารากอน กับรถไฟฟ้า อิ อิ อิ
คิด วางแผน เปลี่ยนแปลง แล้ว ก็วางแผนใหม่
เดิมที่ผมตั้งใจว่าจะเดินทางไปเชียงใหม่คิดว่าชวนใครไปได้ก็ไป ไม่มีใครไปก็จะไปคนเดียวเนี่ยแหล่ะ สรุปก็ได้วันเวลาที่แน่นอนออกมา ว่าจะไปกลางเดือนมกราคม คนคงจะไม่เยอะแล้ว ไปกลับด้วยเครื่องบิน เพราะมันเร็วดี แล้ว ก็ประหยัดเวลาในการท่องเที่ยวของเรามาก แต่แล้วก็ มีการเปลี่ยนแปลง คือ คณะเดินทางครั้งนี้ กลับกลายเป็นเตี่ย แม่ น้าแอ๋ว ลุงโรเจอร์ แล้วก็ ชาแนน กำหนดการยังใกล้เคียงวันเวลาที่วางไว้ ไปวันเสาร์กลับวันพุธ แต่ไปเครื่องบินกลับรถตู้ที่เช่า โดยทุกคนเดินทางไปก่อนหน้าวันที่จะไปหลายวันแล้ว ไปเที่ยวเชียงรายกันหนำใจแล้วจึงมาเจอกันที่เชียงใหม่
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ครั้งแรกในชีวิตที่ได้เดินทางมาที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อมาขึ้นเครื่องของ 1-2-go เดินทางจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ กำหนดเครื่องออกคือ 11โมงกว่า แต่ผมไปถึงเร็วมาก เพราะไม่เคยไปเลยขอไปเร็วหน่อย ระยะทางก็27km. ไกลกว่าไปสนามบินดอนเมือง 7 km. ก็ไม่เดือนร้อนอะไร พอมาถึง ก็พบกับความใหญ่โต แต่แออัดมาก คนเยอะจริงๆ คิดไปคิดว่ามันแคบกว่าดอนเมืองเปล่าเนี่ย แค่มันหลังคาสูงกว่าเท่านั้น จากนั้นก็เดินกันจนทั่วสนามบินเลย เล่นเอาเมื่อยเลย แล้วก็มารอ Check-In การ Check - In ที่นี้ ช้ามาก ๆ ๆ ๆ ผมคิดว่ามันจะไปทันเวลาขึ้นเครื่องได้ไง กว่าจะทำเสร็จทีหล่ะคน จนกระทั้งเค้าคิดได้ว่าไม่ทันแล้ว จึงเปิด counter check-in เพิ่ม อีก 2 ที่ มันจึงเพียงพอ เมื่อได้ตั๋วแล้วผมก็เข้าไปที่ภายในผู้โดยสารขาออกทันที พอเข้ามาแล้วอันนี้ซิใหญ่จริงๆ โคตรจะใหญ่ และ ก็ทางเดินไกลมาก ๆ ๆ ๆ เดินกันขาหักเลยกว่าจะถึงประตูทางเข้า แต่แล้วเราก็มาถึงได้ขึ้นเครื่องซักที
![]() สวัสดีเชียงใหม่
สนามบินเชียงใหม่ เมื่อมาถึงก็ไม่ได้หรูหราอะไรมากมาย ก็เหมือนๆ สนามบินตามต่างจังหวัดทั่วๆไป พอเดินผ่านประตูออกมาก็จะพบป้ายประชาสัมพันธ์งานพืชสวนโลก แล้วทางบ้านผมเค้าก็มารอรับกันที่สนามบินเรียบร้อย เมื่อมาถึงพวกผมก็จัดแจงเก็บข้าวของเข้าไป chek-in ที่โรงแรมเชียงใหม่พล่าซ่า จากนั้นก็วางแผนไว้ว่าจะไปสวนสัตว์เชียงใหม่อยากจะไปดูหมาแพนดี้-หมีแพนด้ากันซักครั้งเพื่อเป็นบุญวาสนาของพวกกระผม
MIO P550 GPS (Global Positioning System)
เมื่อก่อนซักสิบกว่าปีที่แล้ว ผมมาเชียงใหม่แล้วก็หลง วนมันอยู่รอบคูเมืองเนี่ยแหล่ะ ไปไม่เป็นเลย มาคราวนี้ผมก็มีผู้ช่วยที่ดีมากๆ เพิ่งได้มาไม่นานนั่นก็คือ PDA MIO P550 GPS เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้เป็นอุปกรณ์ใช้นำทางไปยังที่ต่างๆ (Navigator) ช่วยให้การเดินทางไปยังที่ๆไม่เคยไปแล้วก็ไม่หลงทาง จึงเหมาะมากสำหรับการเดินทางครั้งนี้ เพราะเราสามารถกำหนดจุดต่างๆได้หมดว่าจะไปที่ไหน ธนาคารใกล้ที่สุด, ตู้ATM ใกล้ที่สุด หรือ ปั้มน้ำมันใกล้ที่สุด อีกทั้งยังคำนวนระยะทางให้เสร็จ ทำให้เราไม่ต้องวนรถไปมา ประหยัดเวลา และ ค่าน้ำมัน
สวนสัตว์เชียงใหม่
ผมไม่แน่ใจว่านี้เป้นการมาครั้งแรก หรือ ครั้งที่ 2 แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมพลาดอย่างแรง คือผมเข้าใจผิดคิดว่ามันจะเป็นเหมือนสวนสัตว์ดุสิตที่เคยไปบ่อยๆ มันกว้างมาก ใหญ่มากๆ เขาทั้งลูก พวกผมก็ลงเดินด้วยความที่ไม่รู้มาก่อน ผลลัพท์ ผู้สูงอายุทั้งหลายก็เดินม่ะไหวแล้ว โทรเรียกรถตู้มารับดีกว่า พวกผมก็เลยนัดเจอกันที่กรงหมีแพนด้า ตอนที่ผมไปมันก็ช่วงเย็นๆแล้ว ผลก็คือ หมีมันไม่ออกมา ก็เลยเศร้ากันไป (ที่บริเวณหน้ากรงเค้าจะมีโทรทัศน์ให้ดูข้างในกรง) ก็เลยถ่ายรูปกันด้านนอกแล้วก็ไปดูหมีโคอาล่ากัน หมีโคอาล่า น้องชาแนนก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะมันมาจากประเทศที่น้องเค้าอยู่ จากนั้นก็ไปดูปลา ก็ไม่ค่อยมีอะไร สรุปแล้วมาสวนสัตว์คราวนี้ก็ไม่ได้อะไรมาก เที่ยวเขาดินสบายกว่าเยอะ
![]() วัดพระธาตุดอยสุเทพ
เมื่อเสร็จออกจากสวนสัตว์เชียงใหม่ พวกผมก็ดินทางต่อไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพ บรรยากาศของวัดก็เหมือนกับที่เคยมา แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปแล้วก็คือระบบกระเช้า ตอนนี้ก็มีการพัฒนาขึ้นเยอะ บรรยากาศภายในวัดไม่คึกคักเท่าไหร่ เพราะว่าเวลาที่ผมไปก็จะหกโมงเย็นแล้ว เมื่อไว้พระเสร็จผมก็ลงกลับไปที่ตัวเมืองเชียงใหม่เพื่อเข้าที่พัก
![]() ประตูท่าแพ ถนนคนเดิน
คืนนี้เป้าหมายที่ต้องไปเยือนก็คือประตูท่าแพ ถนนราชดำเนิน หรือ ถนนคนเดินนี่เอง ผมก็เรียกสามล้อจากที่พักไป เมื่อมาถึงประตูท่าแพผมก็รู้สึกถึงบรรยากาศได้ทันที ของขายเต็มไปหมด มีอะไรต่อมิอะไรเพียบ ส่วนใหญ่ก็เป็นของเมืองเหนือ ผมก็เรื่มต้นเดินกันตั้งแต่ต้นถนน ไปเรื่อยๆ จนสุดถนน ตลอดทางที่เดินไปก็มีวัยรุ่นมากันเพียบ และ วัดก็มีตลอดสองข้างทาง ก็ แวะเข้าไปที่นั่นนิดนึง ที่นี้นิดนึง และ ก็จะมีการแสดงของแต่ละกลุ่มตลอดทางที่เดิน เป็นสถานที่ๆเราสามารถแสดงความสามารถของเราได้ ถือว่าดีมากๆ ผมว่ามันน่าเดินกว่าตอนที่สีลมปิดถนน ทำเป็นถนนคนเดินซ่ะอีก สรุปเดินไปเดินกับ ก็ 2 ชั่วโมง ได้กำไลไม้สีสวยๆ กับ เสื้อยืด Handmade นับว่าใช้ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้มาอีกเมื่อไรเนอะ
สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์ (Queen Sirikit Botanic Garden)
วันที่ 2 ก็ออกกันเดินทางจากโรงแรมกันแต่เช้ามุ่งหน้าสู่แม่ริม ก็อาศัยทางหลวงหมายเลข 1096 พิกัดGPS(98.860320,18.899170) กว่าจะมาถึงก็งงอยู่เหมือนกัน เพราะป้ายบอกทางน้อย และในเครื่อง GPS ก็หาตำแหน่งไม่เจอ ก็เลยดำน้ำกันนิดหน่อย บรรยากาศภายในถือว่าดีมากๆ ถ้าไม่นับงานพืชสวนโลก ที่นี้ถือว่าสมบรูณ์เหมาะมากสำหรับการศึกษาข้อมูลพรรณไม้ต่างๆ เมื่อผ่านประตูทางเข้าชำระค่าผ่านทางก็เข้ามาส่วนในสุดเลย จะ เป็นโรงกระจกที่ไว้เพาะต้นไม้ ที่นี่อากาศดีมาก ต้นไม้เยอะมากๆ เดินกันชั่วโมงเดียวไม่พอแน่นอน จากนั้นก็ลงมาเดินในส่วนของทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทางเดินประมาณ 1 กิโลกว่าๆ อันนี้ธรรมชาติมากๆ เหมือนเดินเข้าไปในป่าเลย สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์มีการจัดการที่ดีมาก ต้นไม้แทบทุกต้นมีป้ายชื่อบอกว่าเป็นต้นอะไร แม้แต่ทางเดินธรรมชาติก็ยังทำป้ายชื่อไว้เพียบ ถ้ามาเชียงใหม่ชอบธรรมชาติ ก็ไม่ควรพลาด
![]() ![]() ปางช้างแม่สา
ปางช้างแม่สาก็อยู่บนเส้นทางหลวงหมายเลข 1096 ขากลับพวกผมก็แวะ ปางช้างแม่สา เนื่องจากน้องชาแนน อยากจะนั่งช้างซักครั้ง เมื่อซื้อตั๋วแล้วก็นั่งช้างเลย การนั่งช้างก็ไม่ยากครับนั่งตัวเกร็งๆ เกาะแน่นๆครับ เสียวจะตกฉิบเป็ง ลองมานั่งนึกผมแค่นั่งเฉยๆก็จะตกแหล่ไม่ตกแหล่อยู่แล้ว แล้วคนสมัยก่อนที่เค้านั่งช้างเดินทางหรือออกศึกเห็นในหนังนั่งกันสบายๆเลย หลังจากนั่งเขย่า พวกผมก็กินข้าวเที่ยงกันที่นี่ เมื่อเสร็จจากมื้อเที่ยงก็ ถึงเวลาดูการแสดงช้าง โดยรวมๆแล้วถือว่าสนุก ที่เด็ดก็คือช้างวาดรูป ไม่ใช่แค่เอางวงมาเขี่ยๆ แต่วาดเป็นภาพเลย อันนี้ แปลกมาก
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
วันที่สาม ผมก็ออกไปฝากท้องแถวตลาดอีกครั้ง เมื่อทุกคนเรียบร้อยกับมื้อเช้าแล้วก็ออกเดินทางไป วัดพระสิงห์ GPS(98.982400,18.788510) การมานมัสการพระธาตุวัดพระสิงห์ เพราะว่า พระธาตุวัดพระสิงห์เป็นพระธาตุประจำคนปีมะโรง ผมก็เลยถือโอกาศมาซักครั้ง บรรยากาศภายในวัดถือว่าสงบ แม้ว่าจะอยู่กลางเมืองเชียงใหม่ เมื่อเสร็จจากการนมัสการพระธาตุ ผมก็เดินทางมึ่งหน้าสู่เป้าหมายหลักของงานนี้ ก็คือ งานพืชสวนโลก
![]() มหกรรมพืชสวนโลก เฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549
ผมมาถึงงานพืชสวนโลกก็ซัก 10.00 โมงได้ วันนี้วันธรรมดา (วันอังคาร) คนก็ยังคงเยอะอยู่ แต่คิดว่าน้อยกว่า ช่วงวันเสาร์-อาทิตย์เยอะ มาถึงก็ไม่ต้องคิดมากเลย ที่แรกที่ทุกคนต้องแวะ ก็คือเนินราชพฤกษ์ จากนั้นก็เข้าพื้นที่ของที่ระลึกเลย เพราะจากการศึกษาเส้นทางการเดินคิดว่าคงจะไม่ได้มาแถวนี้อีกแล้ว ก็เลยจัดแจงซื้อของที่ระลึกอย่างเป็นทางการซ่ะหน่อยเอาไปฝากคนที่กรุงเทพฯ จากนั้นก็ผ่านเข้าประตู แวะเข้าไปไปรษณีย์ส่ง PostCard หาคนที่กรุงเทพๆอีกแล้ว ก็คิดถึงนี่น่า จากนั้นก็ เริมเดินเท้ากันอย่างเมามัน งานนี้ผมมาคนเดียว เพราะที่เหลือเค้าไปถ่ายรูปโบราณกันในเมืองเชียงใหม่ ผมก็มาเดี่ยวเลย ก็เดินวนทวนเข็มนาฬิกาครับ ใช้เส้นทางรอบใหญ่ ระยะทางประมาณ 7.2 กิโลเมตร ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เดินทั้งวันอยู่แล้ว
![]() Corporate Garden
เริ่มต้นด้วยสวนขององค์กร บริษัท และ จังหวัดต่างๆมาจัดสวนหรือจำลองสภาพความเป็นอยู่ของจังหวัดนั้นๆ มาแสดง ส่วนนี้จะจุดเริ่มต้นของงาน ก็จะมีนิทรรศการต่างๆ สอดแทรกไปตลอดทาง บรรยากาศโดยรวมก็ไม่มีอะไรมากมาย เพราะมันก็ดูแล้วคุ้นๆตาอยู่แล้ว แต่ผมก็แวะถ่ายรูปไปหลายเหมือนกัน
![]() International Garden
สวนที่ประเทศต่างๆมาจัดร่วมในงาน โซนนี้จัดว่าเป็นจุดดึงดูดสำคัญของงานเลย เพราะเราจะได้ดูพันธุ์ไม้ต่างๆที่ไม่ค่อยมีให้ดูในเมืองไทย และรูปแบบการจัดสวนแบบต่างๆของประเทศนั้นๆ เด่นๆที่คนไปดูกันเยอะ ก็ไปดูดอกทิวลิป จาก Netherland หรือ ส่วนของ Bhutan แต่ผมว่าของประเทศจีนก็ใช้ได้ ถ้าใครไปมาแล้ว เวลาเดินเข้าไปจะรู้สึกถึงแผ่นกระเบื้องกระทบกัน ผมชอบตรงนี้แหล่ะ และก็สวนประเทศญี่ปุ่น ก็ถือว่าสวย ผมชอบตรงเนินหญ้าเขียวดีจัง
![]() ปีนหอชมวิว Green Tower
พอเดินผ่านมาซักพัก ก็จะมาถึงหอคอยสูงสีเขียว ซึ่งจะอยู่บริเวณตรงกลาง ถ้าขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุดก็จะสามารถมองเห้นได้ทั่วทั้งงาน ผมก็ไม่พลาดที่จะปีนขึ้นไป กว่าจะไปถึงข้างบนก้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน บรรยากาศข้างบนก็มีลมเย็น มองเห็นทุกอย่างได้โดยรอบ ใครที่ขึ้นมาแล้วคงจะนึกออก เมื่อลงจากหอคอย ก็จะมาถึงสวนของ Belgium การจัดสวนที่นี้แปลกมากๆ มองจากข้างบนแล้วเหมือยท่อนไม้ตายซาก แต่ข้างในนั้นได้ปลูกต้นไม้เอาไว้ในโพรงไม้ ก็จัดว่าสร้างสรรค์มาก ๆ แล้วก็เดินวนไปวนมา ก็มาถึงสถานที่สำคัญที่สุดในงาน
![]() ![]() หอคำหลวง Royal Pavilion
จุดเด่นที่ใหญ่ที่สุด สวยที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของงานนี้จะต้องมองเห็น หอคำหลวงเป็นอากาคที่ตั้งอยู่ตรงกลางของงาน มีถนนทอดยาวตั้งแต่หน้าอาคารไปจนสุดทางเข้า อาคารถูกสร้างอย่างปราณีต และงดงามมาก กว่าจะเข้าไปได้ก็ใช้เวลาพอสมควรเพราะคนเยอะมาก ๆ ข้างใน เป็นภาพเขียนพระราชกรณียกิจต่างๆ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แล้วมีต้นโพธ์ทอง หรือ ต้นบรมโพธิสมภาร ซึงมีจำนวนใบเท่ากับจำนวนวันที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์
![]() ![]() กล้อง Digital เป็น พิษ
แล้วผมก็ย่ำเท้ามาเกินครึ่งงาน บอกได้เลยว่าเริ่มเมื่อยแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรมากมาย เพราะตลอดทางจะมีซุ้มอาหาร และเครื่องดื่ม จำหน่ายตลอดทาง ทำให้นึกถึงเกมส์ THEME PARK หรือ Roller coaster tycoon เรื่องราคาก็ไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว จะแพงนิดๆหน่อยๆกว่าข้างนอก อันนี้เข้าใจ เพราะจะมาเที่ยวแล้วก็ไม่ต้องคิดมาก ยังไงก็มีแต่เสียเงิน ผมก็ทั้งกินทั้งดื่มอย่างสบายใจ พอมีแรกก็เดินต่อไป แต่ปัญหาที่กวนใจที่สุดคือ กล้อง แบตหมด เป็นปัญหาใหญ่มากๆ เพระผมขนเมมไป 1.5 G แต่ตอนนี้ถ่ายไปครึ่งเดียวเอง แบตไปซ่ะแล้ว หลังๆ ก็เลยไม่ค่อยจะมีรูป เพราะไม่สามารถถ่ายติดๆกันได้
สวนไทย Thai Tropical Garden
โซนนี้ก็ถือว่าใหญ่มาก และผมใช้เวลากับมันนานเหมือนกัน เพราะเหนื่อย และก็เดินได้ช้าลง ก็เริ่มต้นที่สวนยาง จากนั้นก็ไปเรือนไม้เมืองหนาว แล้วก็เรือนไม้ป่าเขตร้อน เรือนไม้ในร่ม ก็ดูแล้ว ก็เหมือนๆกับที่ไปมาเมื่อวาน แต่เอามาจัดใหม่ แล้ว ก็ลากเท้าไปเรื่อย ตามส่วนต่างๆ แล้ว ก็มาแวะกินข้าว แถวโรงอาหาร2 จากนั้นก็ลากเท้าต่อไปยังด้านหน้า ซึ่งเวลานั้นก็เย็นมากๆแล้ว เดินก็จะไม่ไหวแล้ว สุดท้ายก็มาเจอกับครอบครัวผมที่อาคารนิทรรศการ
![]() ลาก่อนงานพืชสวนโลก
เมื่อได้มาเจอกันครบถ้วนผมก็เดินออกจากงาน ตลอดทางเดินก็มีร้านขายของที่ระลึกมากมาย ก็ได้เวลาเสียตังค์อีกครั้ง ก็เดินไปซื้อไป สุดท้ายก็มาสุดทางเดินของงาน จากนั้นพวกผมก็มุ่งหน้าไปอีกสถานที่นึงซึ่งอยู่ใกล้ๆนี่เอง
![]() ChiangMai Night Safari
เป็นอีกหนึ่งที่ ที่ผมชอบ (GPS:98.917488,18.741630) ก็ไม่มีอะไรมากมาถึงก็เข้าคิวกันเลย แล้วก็ขึ้นรถเข้าไปเลย บรรยากาศไม่ต้องพูดถึง มืดเหมือนอยู่ในป่าเลย การท่องเที่ยวที่นี่ เราจะได้นั่งรถ 2 รอบ แต่ล่ะรอบจะไปคนล่ะที่กัน ซึ่งเค้าก็แบ่งโซนต่างๆไว้ได้ดี บนรถมีพนักงานแนะนำตลอดเส้นทาง ให้ความรู้ และอธิบายได้เข้าในไม่ยาก ส่วนเรื่องการถ่ายรูปก็ไม่ต้องคิดเลย เพราะมันมืด อีกอย่างเค้าก็ไม่อยากให้ถ่ายเพราะแสงแฟรชอาจจะทำอันตรายต่อสายตาของสัตว์ได้ โดยรวมแล้วถือว่าดีมาก ถ้ามาเชียงใหม่แล้วยังไม่เคยมาที่นี่ก็ไม่ควรพลาด
Good Bye Chiang Mai
เช้าวันที่สี่ ผมก็ยังฝากมื้อเช้าไว้ที่ตลาดเหมือนเดิม แต่วันนี้ต้องเดินทางกลับกรุงเทพแล้ว ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก ออกกันแต่เช้า ผ่านลำพูน ลำปาง กำแพงเพชร นครสวรรค์ อยุธยา แล้ว ก็ กรุงเทพ ก็หมดเวลาไปทั้งวันสำหรับการเดินทาง สรุปแล้วการท่องเที่ยวครั้งนี้สนุกใช้ได้ครับแม้ว่าจะไม่ได้ไปกลับเพื่อนๆ แต่ก็ดีไปอีกแล้วครับ เป็นไปได้ก็อยากจะกลับมาเชียงใหม่อีกครั้งเพราะ คิดว่ายังมีอะไรอีกเยอะที่ยังพลาดๆไป ส่วนงานมหกรรมพืชสวนโลกนั้น ใครไม่ได้ไป ก็น่าเสียดายมาก เพราะการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกในระดับ A1 นั้นจะจัดได้อีก ก็อีก 10 ปีนู้นเลยครับ เพราะเค้าก็อยากให้ไปจัดที่ประเทศอื่นบ้าง ส่วนใครที่ได้ไปมาผมก็คิดว่าเป็นประสพการณ์ที่ดี ขอให้มีความสุขกับการเดินทางนะครับ
วัชรากร พัฒนรัตน์เจริญ (ใหญ่)
หมายเหตุ : การเดินทางครั้งนี้ยังมีเรื่องวุ่นๆหลายเรื่อง แต่ก้ขอข้ามไปหล่ะกันน่ะครับ และ Blog นี้ ก็ถือว่าใช้เวลาเขียนยาวนานมากๆ ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนกว่าได้ สำหรับพื้นที่ ที่ใช้จัดงานพืชสวนโลก ตอนนี้ก็กำลังถูกพัฒนาให้เป็น สวนเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 ซึ่งก็น่าจะเปิดให้เข้าชมได้ ประมาณเดือนมิถุนายน 2550 ครับ 评论 (29)
引用通告此日志的引用通告 URL 是: http://sattas.spaces.live.com/blog/cns!B68F64E797189609!1247.trak 引用此项的网络日志
|
|
|